จะทำอย่างไรเมื่อพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

           ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าโรคซึมเศร้านั้นรักษาหายได้ โดยการใช้ยา ซึ่งควรเริ่มต้นจากการใช้ยากลุ่ม tricyclic antidepressants (TCAs) กล่าวคือ nortriptyline 25 mg/วัน เนื่องจากยาตัวนี้ มีผลข้างเคียงด้าน anticholinergic คือ ปากแห้ง คอแห้ง ท้องผูก ตาพร่า และปัสสาวะลำบากน้อยกว่ายาตัวอื่นในกลุ่มเดียวกันคือ amitriptyline และ imipramine แต่ nortriptyline นี้ ไม่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึมเท่ากับ amitriptyline และ imipramine ดังนั้นถ้าผู้ป่วยมีปัญหาด้านการนอน อาจมีความจำเป็นต้องให้ยากลุ่ม benzodiazepines เช่น lorazepam 0.5 - 1 mg หรือ diaxpam 2 - 5 mg ร่วมด้วยและหลังจากนี้ 5 - 7 วัน จึงค่อย ๆ ปรับขนาดยา nortriptyline ขึ้นตามอาการของผู้ป่วยโดยให้ขนาดสูงสุดที่ 75 - 150 mg/วัน 
            นอกจากยากลุ่ม TCAs แล้ว ในปัจจุบันยังมียากลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) ซึ่งแต่เดิมมีราคาแพง แต่ในปัจจุบันมียาที่ผลิตได้ในประเทศไทยราคาถูกคือ fluoxetine 20 mg การบริหารยาก็ง่าย คือ รับประทานวันละ 1 ครั้ง มื้อเช้าหลังอาหาร ไม่ต้องปรับขนาดยา เห็นผลการรักษาอารมณ์ซึมเศร้าเร็ว เพียง 2 - 4 สัปดาห์ ผู้ป่วยก็รู้สึกดีขึ้น แต่ข้อเสียของยากลุ่มนี้คือ ทำให้นอนไม่หลับ น้ำหนักลด และมีปฏิกิริยากับยากลุ่มอื่นได้ง่าย 
            อย่างไรก็ตาม ควรให้ความมั่นใจผู้ป่วยด้วยว่า โรคซึมเศร้านี้รักษาหายได้ และการใช้ยา กลุ่ม TCAs ในช่วง 3 - 5 วันแรก ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นในเรื่องความอยากอาหาร และการนอนหลับ ส่วนเรื่องอารมณ์ซึมเศร้าคงต้องใช้เวลากว่ายา จะออกฤทธิ์ ทำให้อารมณ์ซึมเศร้าหายไปต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 - 8 สัปดาห์ ซึ่งนานพอสมควร แต่ถ้าเราทำให้ผู้ป่วย เข้าใจและมีความหวังในการอดทนรอ ผู้ป่วยก็จะไม่หนีหายไปจากเรา


ผ.ศ.พญ.จารุรินทร์ ปิตานุพงศ์ 
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
วันที่ 2 กรกฎาคม 2546