.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
. |
Management
หลังจากตรวจพบก้อนที่ต่อมหมวกไตทั้งสองข้างแล้ว
แพทย์ผู้ดูแลรักษาจึงปรึกษารังสีแพทย์
เพื่อทำ
ultrasound-guided biopsy
เพื่อนำชิ้นเนื้อจากต่อมหมวกไตไปตรวจทางพยาธิวิทยา
Pathologic findings
ชิ้นเนื้อที่ได้เป็นชิ้นเนื้อเส้นเล็กๆ
จากการทำ needle biopsy
ลักษณะทางจุลพยาธิวิทยาพบว่า
เนื้อของ
ต่อมหมวกไตทั้งหมดตายแบบ
liquefactive necrosis (รูป path1
และ path2)
บางบริเวณยังคงพอมองเห็นเค้าโครง
ของหลอดเลือดได้บ้าง
(v, รูป path3)
แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเนื้อที่ได้มาจากชั้นไหนของต่อมหมวกไต
ลักษณะเท่าที่เห็น
จากการย้อมสีธรรมดา
(Hematoxylin&Eosin: H&E)
บอกได้เพียงว่า
เป็นเนื้อตาย
ซึ่งในกรณีที่พบว่าเป็นการตายแบบ
liquefactive necrosis นี้
สาเหตุที่อาจเป็นไปได้คือ
การติดเชื้อโดยเฉพาะแบคทีเรีย
ส่วนการติดเชื้อราและการติดเชื้อ
mycobacterium tuberculosis
ก็อาจพบการตายแบบ
liquefactive necrosis
ได้แต่มักพบร่วมกับการอักเสบ
แบบ granulomatous inflammation ด้วย
 |
 |
|
รูป path1
|
รูป path2 |
 |
|
รูป
path3 |
พยาธิแพทย์ได้นำชิ้นเนื้อไปย้อมเพิ่มเติมด้วยวิธีพิเศษที่เรียกว่า
GMS (Gomeri-Methenamine Silver)
staining
ซึ่งเป็นการย้อมเพื่อดูเชื้อรา
ผลปรากฏว่า พบยีสต์ขนาดเล็กกว่าเม็ดเลือดแดงเล็กน้อยจำนวนมากมายใน
หย่อมเนื้อตาย
เหล่านั้น (รูป
path4)
บางบริเวณพบการรวมกลุ่มกันของยีสต์
นอกจากนั้นยังพบว่า
ยีสต์บางตัวมีการ
แบ่งเซลล์แบบ
budding (path5 ; ลูกศรชี้
แสดงส่วนที่แตกหน่อโดยขนาดของหน่อลูก
ที่งอกออกจากหน่อแม่จะมี
ขนาดเล็ก)
ไม่พบส่วนของสายรา
(hyphae)
ลักษณะดังกล่าวเข้าได้กับการติดเชื้อประเภท
Histoplasma spp.
ส่วนการย้อมพิเศษเพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย
และเชื้อวัณโรคนั้น
ไม่พบว่ามีเชื้อแต่อย่างใด
|

|
 |
|
รูป
path4 |
รูป
path5 |
Final diagnosis
"Fungal infection; morphologically consistent with histoplasmosis"
Follow-up clinical data
ผลการเพาะเชื้อจากหนองที่ข้อเท้าขวาขึ้นเป็น
Histoplasma capsulatum
Discussion
ต่อมหมวกไต
(adrenal gland)
เป็นอวัยวะในระบบต่อมไร้ท่อ
มีน้ำหนักข้างละประมาณ
6-8 กรัม
ตำแหน่ง
วางอยู่เหนือไตทั้งสองข้าง
ต่อมหมวกไตแบ่งออกเป็น
2 ส่วนได้แก่
medulla
ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนกลุ่ม
catecholamine (epinephrine และ norepinephrine)
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท
sympathetic และ ส่วน cortex ทำหน้าที่สร้างสเตียรอยด์ฮอร์โมน
ได้แก่ mineralocorticoids,
glucocorticoids, และ sex hormone หน้าที่ของฮอร์โมนเหล่านี้
โดยสังเขป
คือ
- Mineralocorticoids
(aldosterone) ทำหน้าที่ควบคุมระดับโซเดียมในร่างกาย
โดยออกฤทธิ์ที่
distal tubule ของ
nephron ในไต
- Glucocorticoids
(cortisol) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุลย์
พบว่า cortisol มีผลต่อการทำงานของเซลล์ทุกๆ
เซลล์ในร่างกาย
- Sex
steroids ได้แก่
estrogens และ
androgens
การทำงานของต่อมหมวกไตถูกควบคุม
ด้วยกลไกใน
Hypothalamic-pituitary
-adrenal axis (HPA) (รูป
surg1)
การทำงานที่ผิดปกติของต่อมหมวกไต
มีทั้งแบบที่มีการทำงานมากกว่าปกติ
(hyperfunction)
อาทิ Cushing’s
syndrome และแบบที่มีการทำงานน้อยกว่า
ปกติ
(hypofunction)
อาทิ adrenal
insufficiency การวินิจฉัยต้องอาศัย
ข้อมูลทางคลินิกและการตรวจทางห้องปฏิบัต
เพื่อวัดระดับการทำงานของต่อมหมวกไต |

surg1
|
กลุ่มอาการของ
adrenal
insufficiency หรือความบกพร่องในการทำงานของต่อมหมวกไตสามารถแบ่ง
ออกได้ เป็น 2
ประเภทใหญ่ๆ
ได้แก่ primary
adrenal insufficiency (ACTH independent)
หรือ
Addison’s
disease เกิดจากมีการทำลายเซลล์ของต่อมหมวกไต
และ secondary
adrenal insufficiency
(ACTH dependent)
ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของส่วนอื่นใน
hypothalamic-pituitary
adrenal axis
ทำให้ต่อมหมวกไต
สร้าง adrenocorticotropic
hormone ลดลง
อาการแสดงของผู้ป่วย
primary adrenal
insufficiency หรือ
Addison’s disease จะปรากฏก็ต่อเมื่อ
มีการทำลายของเซลล์ในต่อมหมวกไตตั้งแต่
90% ขึ้นไป
อาการของผู้ป่วยทั้ง
primary และ
secondary adrenal
insufficiency แบ่งออกได้เป็น
2 ระยะ
ได้แก่ acute adrenal
insufficiency และ
chronic adrenal
insufficiency
1.
Acute
adrenal insufficiency (adrenal crisis) ผู้ป่วยมาด้วยภาวะ
hypovolemic shock ไข้
ปวดท้องเฉียบพลัน
โดยมักมีประวัติอ่อนเพลียไม่มีแรง
เบื่ออาหาร
น้ำหนักลด(100%)
คลื่นไส้อาเจียน
(56%)
ร่วมกับ
skin
hyperpigmentation(92%;
เฉพาะ
primary adrenal insufficiency) มาก่อน
ในส่วนของ secondary
adrenal insufficiency จะได้ประวัติเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยได้รับยากลุ่ม
glucocorticoid หรือการได้รับการผ่าตัด/
ฉายแสง ที่มีการสูญเสียและทำลาย
pituitary gland มาก่อน
การวินิจฉัยที่จำเพาะคือ
การวัดระดับ
plasma cortical
concentration โดยระดับ
cortisol ในเลือดต่ำจะกว่า
18 ไมโครกรัมในขณะที่ผู้ป่วยเกิด
adrenal crisis ภาวะ
acute adrenal insufficiency ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางอายุรกรรม
ซึ่งถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
2.
Chronic
adrenal insufficiency อาการส่วนใหญ่ของผู้ป่วยเกิดเนื่องจากสาเหตุของภาวะ
hypocortisolism และหรือ
mineralocorticoid deficiency ผู้ป่วยมักมีอาการอ่อนเพลีย
ไม่มีแรง
คลื่นไส้อาเจียน
ปวดท้อง
ถ่ายเหลว
ปวดกล้ามเนื้อและปวดข้อ
orthostatic hypotension และ
hyperpigmentation (พบแต่ใน
primary adrenal insufficiency) การตรวจทางห้องปฏิบัติการพบภาวะซีดแบบ
normochromic-normocytic
anemia ระดับโซเดียม
ในเลือดต่ำ
ในกรณีที่มีความบกพร่องในการหลั่งฮอร์โมน
aldosterone ร่วมด้วย
ระดับโปแตสเซียมในเลือดจะสูง
การวินิจฉัยภาวะ
adrenal insufficiency อาจเป็นเรื่องยาก
เนื่องจากอาการอ่อนเพลีย
ไม่มีแรงของผู้ป่วย
มักไม่จำเพาะ
แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการของระบบทางเดินอาหาร
เบื่ออาหาร
น้ำหนักลด
ร่วมกับผิวมีสีคล้ำขึ้น
โดยสังเกตได้ที่
ผิวหนังบริเวณ
sun-exposed area ที่ลำคอ
ข้อศอก
ข้อเข่า
ฝ่ามือ
และเยื่อบุในปาก
(รูป surg1
และ
surg2) อย่างไรก็ตาม
ในคนพื้นเพทางภาคใต้ของประเทศไทยอาจสังเกตได้ยาก
ยกเว้นว่าผู้ป่วยสังเกตเห็นด้วยตนเอง
 |
 |
|
surg2 |
surg3 |
Etiology ของ
adrenal insufficiency มีดังนี้
|
Cause |
Occurrence |
|
PRIMARY
ADRENAL INSUFFICIENCY
Autoimmune
(polyendocrine deficiency syndrome)
Tuberculosis
Other
Fungal
infections
Adrenal
hemorrhage
Congenital
adrenal hypoplasia
Sarcoidosis
Amyloidosis
Acquired
immunodeficiency syndrome
Adrenoleukodystrophy
Adrenomyeloneuropathy
Metastatic
neoplasia
Congenital
unresponsiveness to corticotrophin
SECONDARY ADRENAL INSUFFICIENCY
After
exogenous glucocorticoids or corticotrophin
After
the cure of Cushing syndrome (removal of
endogenous glucocorticoids)
Hypothalamic and pituitary lesions |
70%
20%
Very common
Common
Uncommon
|
จะเห็นได้ว่า
ส่วนใหญ่ของผู้ป่วย
(70%) primary adrenal insufficiency
มีสาเหตุมาจากความผิดปกติ
ที่เรียกว่า
polyendocrine deficiency syndrome
ซึ่งเป็น autoimmune
disorder
ประเภทหนึ่ง
โดยจะพบ
การทำลายเซลล์
ในต่อมหมวกไตโดย
lymphocytes
หรือที่เรียกว่า
autoimmune adrenalitis
กลุ่มอาการนี้
พบได้บ่อยในชาวตะวันตก
แบ่งออกเป็น
2 ชนิด คือ
|
Features
|
Type
I
|
Type
II
|
Age of
onset
Adrenal insufficiency
Diabetes mellitus
Autoimmune thyroid disease
Hypoparathyroidism
Mucocutaneous candidiasis
Hypogonadism
Chronic active hepatitis
Pernicious anemia
Vitiligo
|
12
yr
+
-
-
+
+
+
+
+
+
|
24
yr
+
+
+
-
-
+/-
-
-
-
|
นอกจากสาเหตุจาก
autoimmune disorder แล้ว
primary adrenal insufficiency ยังเกิดจากการติดเชื้อ
(infectious adrenalitis) โดยพบว่า
วัณโรคเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการติดเชื้อที่ต่อมหมวกไต
ที่ทำให้เกิด
adrenal insufficiency
การติดเชื้อวัณโรคที่ต่อมหมวกไตนั้น
ยังคงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั่วโลก
โดยเฉพาะใน
ประเทศกำลังพัฒนา
และประเทศด้อยพัฒนา
ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อวัณโรคที่ต่อมหมวกไต
มักเป็นวัณโรคของอวัยวะอื่นๆ
อยู่ก่อน
อาทิ
วัณโรคปอด
และวัณโรคไต
ส่วนการติดเชื้อราที่ต่อมหมวกไตนั้นพบได้น้อยกว่า
ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ
Histoplasma spp. พยาธิสรีรวิทยาของการติดเชื้อเหล่านี้
พบว่าจะ
มีการทำลายของต่อมหมวกไตจากการอักเสบแบบ
granulomatous inflammation ต่อมหมวกไตในระยะแรกจะมีขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดกระบวนการ
ซ่อมแซมและเกิด
fibrosis ดึงรั้งทำให้ต่อมหมวกไตมีขนาดเล็กลง
นอกจากนี้
ในปัจจุบันที่จำนวนผู้ป่วยเอชไอวี
และผู้ป่วย
เอดส์เพิ่มมากขึ้น
การติดเชื้อที่
ต่อมหมวกไตอาจเกิดจากการติดเชื้อ
cytomegalovirus และ
Mycobacterium
avium-intracellulare ได้อีกด้วย
ภาวะเลือดออกในต่อมหมวกไต
(adrenal hemorrhage) เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะ
adrenal
insufficiency ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยมีประวัติได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด
(anticoagulant) เนื่องจาก
cardiac
หรือ
pulmonary emboli
ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลัง
หลังจากเกิดอาการและอาการแสดงของ
adrenal insufficiency
ประมาณ
2-3 วัน
มะเร็งที่มีการแพร่กระจายมายังต่อมหมวกไตแล้วทำให้เกิด
adrenal insufficiency นั้น
พบได้ไม่บ่อย
ส่วนใหญ่ พบในผู้ป่วยมะเร็งปอด
หรือมะเร็งเต้านมในระยะแพร่กระจาย
(disseminated) ซึ่งอาจพบการกระจาย
ของมะเร็งมายัง
ต่อมหมวกไตได้ถึง
70% นอกจากนั้นยังพบมะเร็งของ
stomach, colon,
มะเร็งชนิด melanoma,
leukemia และ
malignant lymphoma ที่ต่อมหมวกไตได้ด้วย
นอกจากนั้นสาเหตุของ
adrenal insufficiency ที่ต้องคำนึงถึงไว้เสมอคือ
ผู้ป่วยได้รับยาที่มีผลกด
การทำงานของต่อมหมวกไตหรือไม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
rifampicin, phenytoin, ketoconazole และยากลุ่ม
opiate
Addison’s disease ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ
Histoplasma spp. นั้นมีรายงานผู้ป่วยในวารสาร
ต่างประเทศจำนวนประมาณ
30 เรื่อง
ผู้ป่วยส่วนใหญ่
มีการติดเชื้อ
Histoplasma spp. ในอวัยวะอื่นๆอยู่ก่อน
อาทิ
ที่ปอด
ตับ
ในช่องปาก
แผลรอบทวารหนัก
เป็นต้น
ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อาการแสดงเช่นเดียวกับ
ในผู้ป่วยรายนี้
คือมีอาการและอาการแสดงของ
Addison’s disease ร่วมกับตรวจพบก้อนที่ต่อมหมวกไต
ทั้งสองข้าง
การรักษา มีการให้ยา
amphotericin B ร่วมกับ
itraconazole และ
adrenal replacement therapy
References
1)
Kawashima A, Sandler CM, Fishman EK, Charnsangavej C, Yasumori K, Honda H,
Ernst RD, Takahashi N, Raval BK, Masuda K, Goldman SM. Spectrum of CT findings in
nonmalignant
disease of the adrenal gland. RadioGraphics 1998 ; 18 : 393-412
2)
Mayo-Smith WW, Boland GW, Noto RB, Lee MJ. State-of-the-art adrenal imaging.
RadioGraphics 2001;
21 :
995-1012
3)
Zagoria RJ. Imaging of the adrenal glands. In Zagoria RJ : Genitourinary
radiology
the requisites. 2nd edition. Philadelphia, Mosby ; 2004 : 352-380
4) Davidson AJ. The
adrenal. In Davidson AJ,
Hartman DS, Choyke PL, Wagner BJ.
Davidson's radiology of the kidney
and genitourinary tract. 3rd edition. Philadelphia, WB
Saunders
; 1999 : 571-602
5) Torrey SP. Recognition and
management of adrenal emergencies. Emerg Med
Clin N Am 2005 ; 23(3) :
687-702
6) Renken NS, Krestin GP. Magnetic
resonance imaging of the adrenal glands. Semin
US CT MRI 2005 ; 26 : 162-171
7)
Kumar N, Singh S, Govil S. Adrenal histoplasmosis : clinical presentation
and
imaging features in nine cases.
Abdominal Imaging 2003 ; 28( 5 ) : 703-708
8) Wolverson MK, Kannegiesser H. CT of bilateral adrenal hemorrhage with
acute
adrenal insufficiency in the adult. AJR 1984 ; 142 : 311-314
9) Radin DR. Disseminated histoplasmosis : abdominal CT findings in
16 patients.
AJR 1991 ; 157 : 955-958
10) Wilson DA, Muchmore HG, Tisdal RG, Fahmy A, Pitha
JV.
Histoplasmosis of the
adrenal glands studied by CT. Radiology 1984 ; 150 : 779-783
11) Wilms GE, Baert AL, Kint EJ,
Pringot JH, Goddeeris PG.Computed tomographic
findings in bilateral adrenal tuberculosis. Radiology 1983 ; 146 :
729-730
12) Silverman SG, Mueller PR, Pinkney LP,
Koenker RM, Seltzer SE. Predictive value
of image
guided adrenal biopsy : analysis of results in 101 biopsies. Radiology 1993 ; 187 :
715-718
13) Goldman
L, Ausiello D. Cecil Textbook of medicine 22nd ed.;
Philadelphia:
Saunders; 2004.
14) Moore WT, Eastman RC. Diagnostic
endocrinology 2nd ed.; Mosby; 1996.
15) Braunwald E, Fauci AS,
Kasper DL, Hauser SL, et al. Harrison’s principles of
internal medicine
15th ed.; New York: McGraw-Hill; 2001.
16) Cotran RS,
Kumar V, Collins T. Robbins pathologic basis of disease 6th
ed.;
Philadelphia: Saunders; 1999.
17) Lee J, Jones PH, Trowell
JE, Whitear WP, et al. Hypoadrenal crisis caused by
disseminated
histoplasmosis. J Infect 1993; 27(2): 181-83.
18) Wong
P, Houston S, Power B, Lalor E, et al. A case of Histoplasma capsulatum
causing granulomatous liver disease and Addisonian crisis. Can J
Gastroenterol 2001;
15(10): 687-91.
คลิ๊กที่นี่
เพื่อประเมินหัวข้อ
Adrenal Insufficiency
<< Previous Page
3/3 Next
>>
|